[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร

 

ประวัติความเป็นมาขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
คำแถลงนโยบาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร
ฝ่ายบริหาร
ฝ่ายนิติบัญญัติ
สำนักปลัด อบจ.สกลนคร
กองกิจการสภา อบจ.สน.
กองแผนและงบประมาณ อบจ.สน.
กองคลัง อบจ.สน.
กองช่าง อบจ.สน.
กองพัสดุและทรัพย์สิน อบจ.สน.
สำนักศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
กองส่งเสริมคุณภาพชีวิต อบจ.สน.
กองการเจ้าหน้าที่ อบจ.สน.
หน่วยตรวจสอบภายใน อบจ.สน.
บริการ การเก็บภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร เรื่อง การเก็บภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.๒๕๕๖
ขั้นตอนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด จากผู้เข้าพักในโรงแรม
ขั้นตอนการจัดเก็บภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด จากการค้าน้ำมัน
ขั้นตอนการจัดเก็บภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด จากการค้ายาสูบ
ช่องทางการชำระเงิน
แบบฟร์อมและตัวอย่างการกรอกแบบฟอร์ม
งานบุคคล,การประเมินผลการปฏิบัติงานฯ,แบบฟอร์มการจัดทำคำรับรองบุคคล
แจ้งเวียนเกี่ยวกับโครงการฝึกอบรมและสัมมนา
รายงานข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย 2560 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร
รายงานการรับ-จ่ายเงิน และงบแสดงฐานะการเงิน และงบอื่นๆ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐
ประกาศองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร เรื่อง การเปิดเผยราคากลางและคำนวณราคากลางการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งมิใช่งานก่อสร้าง
รายงานผลการดำเนินงานตามเกณฑ์ชี้วัดมาตรฐานบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2560
แผนการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 (เปลี่ยนแปลง ฉบับที่ 1)
แผนการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 (เปลี่ยนแปลง ฉบับที่ 2)
ข้อมูลโครงการ/กิจกรรม ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
รายงานการรับ-จ่าย และงบแสดงฐานะการเงิน และงบอื่นๆ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐
ข้อบัญญัติ เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร
ประกาศคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อรับโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นประเภทอื่นซึ่งดำรงตำแหน่งบริหารหรือข้าราชการประเภทอื่น ฯ
รายงานการรับ-จ่ายเงิน และงบแสดงฐานะการเงิน และงบอื่นๆ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐

 
  • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา
  • ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสกลนคร
  • ราชกิจจานุเบกษา
  • พิพิธภัณฑ์ภูพาน จังหวัดสกลนคร
  • โรงเรียนภูดินแดงวิทยา
  • โรงเรียนคำยางพิทยาคม
  • โรงเรียนเดื่อศรีไพรวัลย์
  • โรงเรียนสกลทวาปี
  • โรงเรียนร่มไทรวิทยา
  • โรงเรียนธาตุทองอำนวยวิทย์
  • มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ระบบแท่ง ท้องถิ้น
  • แผนที่ ที่ตั้งสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร
  •   ip ของคุณ คือ 54.91.171.137
    ออนไลน์
    1 ip
    วันนี้
    191 ip
    เมื่อวาน
    196 ip
    เดือนนี้
    2908 ip
    เดือนที่แล้ว
    4823 ip
    ปีนี้
    51636 ip
    ทั้งหมด
    99411 ip
    เริ่มนับ26 เมษายน 2559
    คู่มือประชาชน
    ประวัติจังหวัด สกลนคร




    คำขวัญประจำจังหวัดสกลนคร ธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมืองงามลือเลื่องหนองหาร แลตระการปราสาทผึ้งสวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นในพุทธธรรม ประวัติจังหวัด สกลนคร เป็นแอ่งธรรมะ มีปูชนียสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาหลายแห่ง เช่น พระธาตุเชิงชุม พระธาตุดูม พระธาตุนารายณ์เจงเวง พระธาตุศรีมงคล พระธาตุภูเพ็ก และมีพระเกจิอาจารย์ดังที่เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ อาทิ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต, พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่หลุย จันทสาโร, พระอาจารย์วัน อุตตโม และหลวงปู่เทสก์ เทสก์รังสี เป็นต้น จังหวัดสกลนครตั้งอยู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยมีการขุดพบฟอสซิลไดโนเสาร์บริเวณแนวทิวเขาภูพาน อำเภอวาริชภูมิ ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ชุมชนโบราณในพื้นที่จังหวัดสกลนครอยู่ร่วมสมัยเดียวกับอารยธรรมบ้านเชียงใน จังหวัดอุดรธานี จากการสำรวจแหล่งชุมชนโบราณในพื้นที่แอ่งสกลนคร บริเวณลุ่มแม่น้ำสงครามครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอบ้านดุง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอวาริชภูมิ อำเภอพังโคน อำเภอวานรนิวาส อำเภอพรรณานิคม และรอบ ๆ หนองหาร อำเภอเมืองสกลนคร พบแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์จำนวน 83 แห่ง ชุมชนโบราณของแอ่งสกลนครนี้มีอายุประมาณ 600 ปีก่อนพุทธกาลจนถึงพุทธศตวรรษที่ 8 (ระหว่าง 3,000-1,800 ปีมาแล้ว) จากหลักฐานการค้นพบต่าง ๆ ของที่นี่พบว่า ชุมชนโบราณในแอ่งสกลนครได้มีการรวมตัวกันเป็นสังคมขนาดใหญ่และอาจจะพัฒนา เป็นสังคมเมืองในสมัยต่อมา สกลนครเดิมชื่อ เมืองหนองหารหลวง แห่งอาณาจักรขอมโบราณ โดยขุนขอมราชบุตรเจ้าเมืองอินทปัฐนคร ซึ่งได้อพยพครอบครัวและบ่าวไพร่มาจากเมืองเขมร มาสร้างเมืองใหม่ที่ริมหนองหารหลวง บริเวณท่านางอาบ ปัจจุบันเรียกว่าท่าศาลา อำเภอโคกศรีสุพรรณ มีเจ้าปกครองเรื่อยมาจนสิ้นสมัยพระเจ้าสุวรรณภิงคาระ เมื่อเกิดฝนแล้งทำให้ราษฎรอพยพไปเมืองเขมร เมืองหนองหารหลวงจึงร้างอยู่ระยะหนึ่ง ครั้นถึงพุทธศตวรรษที่ 19 เมื่อสกลนครอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรล้านช้าง จึงได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น "เชียงใหม่หนองหาร" หรือเมืองสระหลวงหลังจากนั้นเมืองสกลนคร คงอยู่ใต้การปกครองกันไปมา ระหว่างอาณาจักรล้านช้างกับอาณาจักรสุโขทัย และไม่ค่อยมีบทบาททางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นนัก จนมาถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้คนกระจัดกระจายเป็นชุมชนเล็กๆทำมาหากินตามริมหนองหาร จ่ายส่วย อากรให้เจ้าแขวงประเทศราชศรีโคตรบอง เพื่อถวายต้นไม้เงิน ต้นไม้ทองให้แก่ราชธานีกรุงศรีอยุธยาในสมัยนั้น จนมาถึงในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อุปฮาดเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยครอบครัวมาตั้งบ้านเมืองดูแลรักษาองค์พระธาตุเชิงชุม จนมีผู้คนมากขึ้นแล้วจึงโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านธาตุเชิงชุมเป็น เมืองสกลทวาปี โดยแต่งตั้งให้อุปฮาดเมืองกาฬสินธุ์เป็นพระธานี เจ้าเมืองสกลทวาปีคนแรก ต่อมาปี พ.ศ. 2369 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เกิดกบฏเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ เจ้าเมืองสกลทวาปีไม่ได้เตรียมกำลังป้องกันเมือง เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เป็นแม่ทัพมาตรวจราชการเห็นว่าเจ้าเมืองกรมการไม่เอาใจใส่ต่อบ้านเมือง ปล่อยให้ข้าศึก (ทัพเจ้าอนุวงศ์) ล่วงล้ำได้โดยง่าย จึงสั่งให้นำตัวพระธานีไปประหารชีวิตที่หนองทรายขาว พร้อมกับกวาดต้อนผู้คนในเมืองสกลทวาปีไปอยู่ที่เมืองกบินทร์บุรีบ้าง เมืองประจันตคามบ้าง ให้คงเหลือรักษาองค์พระธาตุเชิงชุมแต่เพียงพวกเพี้ยศรีคอนชุม ตำบลธาตุเชิงชุม บ้านหนองเหียน บ้านจานเพ็ญ บ้านอ่อมแก้ว บ้านธาตุเจงเวง บ้านพราน บ้านนาคี บ้านวังยาง และบ้านพรรณา รวม 10 ตำบล เพื่อให้เป็นข้าปฏิบัติพระธาตุเชิงชุมเท่านั้น ในสมัยต่อ ๆ มาได้มีราชวงศ์คำแห่งเมืองมหาชัยกองแก้วทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ได้อพยพข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาขอพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ขอสร้างบ้าน แปงเมืองขึ้นใหม่ที่เมืองสกลทวาปี พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชวงศ์คำเป็นพระยาประเทศธานี (คำ) ในตำแหน่งเจ้าเมืองสกลทวาปี และทรงเปลี่ยนนามเมืองใหม่เป็น เมืองสกลนคร ตั้งแต่บัดนั้นมา จนถึง พ.ศ. 2435 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การปกครองเมืองสกลนคร จึงเปลี่ยนเป็นรูปแบบการปกครองส่วนภูมิภาคมณฑลเทศาภิบาล โดยส่วนกลางส่งพระยาสุริยเดช (กาจ) มาเป็นข้าหลวงเมืองสกลนครคนแรก การปกครองแบ่งออกเป็น 18 อำเภอ 1.อำเภอเมืองสกลนคร 2.อำเภอบ้านม่วง 3.อำเภอกุสุมาลย 4.อำเภออากาศอำนวย 5.อำเภอกุดบาก 6.อำเภอสว่างแดนดิน 7.อำเภอพรรณานิคม 8.อำเภอส่องดาว 9.อำเภอพังโคน 10.อำเภอเต่างอย 11.อำเภอวาริชภูม 12.อำเภอโคกศรีสุพรรณ 13.อำเภอนิคมน้ำอูน 14.อำเภอเจริญศิลป์ 15.อำเภอวานรนิวาส 16.อำเภอโพนนาแก้ว 17.อำเภอคำตากล้า 18.อำเภอภูพาน ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง สูงกว่าระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ยประมาณ 172 เมตร ด้านทิศเหนือของจังหวัด (บริเวณอำเภอบ้านม่วง อำเภอคำตากล้า อำเภอสว่างแดนดิน อำเภออากาศอำนวย และอำเภอเจริญศิลป์) มีลักษณะ ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มลอนคลื่นไม่สม่ำเสมอกัน ใช้น้ำจากลำห้วยสาขาในการทำนา ทิศเหนือของอำเภออากาศอำนวยเป็น ที่ราบน้ำท่วมถึง เนื่องจากติดกับแม่น้ำสงคราม ทำให้เหมาะแก่การทำนากว่าพื้นที่โดยรอบ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าทามที่ขึ้น ริมน้ำและปล่อยรกร้างว่างเปล่า ส่วนทางตอนใต้มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ เรียกว่าแอ่งสกลนคร จุดต่ำสุดของแอ่ง คือ ทะเลสาบหนองหาน อำเภอเมืองสกลนคร และหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม นอกจากนี้ยังมีทิวเขาภูพานทางด้านทิศ ตะวันตกและทิศใต้บริเวณอำเภอภูพานและอำเภอกุดบาก มีลักษณะภูมิประเทศแบบภูเขาสูงสลับกับที่ราบลูกคลื่นที่อยู่ช่วง กลางระหว่างทิวเขาภูพานในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดสกลนคร อาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดบึงกาฬและจังหวัดหนองคาย ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดมุกดาหารและจังหวัดนครพนม ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดกาฬสินธุ์ ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดอุดรธานี

    เข้าชม : 15


    คู่มือประชาชน 5 อันดับล่าสุด

         ประวัติจังหวัด สกลนคร
         รายงานฉับบสมบูรณ์โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาหนองหารเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน



    .

       © องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร 47000
           โทรศัพท์/โทรสาร : 042-717098
          Copyright © 2016 All Rights Reserved www.sakon-pao.go.th | Power by : inwbong